ยาต้านไวรัสเอชไอวี (ยาเพร็พ-ยาเป๊ป)

Ask Our Experts

ใหม่ล่าสุด !!! วิดีโอเต็มรูปแบบเรื่อง "เป๊ป"  มาทำความเข้าใจอย่างละเอียดกับ การป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ โดยแพทย์คุณหมอเจมส์ เฟลทเชอร์ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ที่นี่ที่เดียว




มีอีก ดร.จินตนาถ อนันต์วรณิชย์ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย อธิบายว่ายาเป๊ปคืออะไร




1. PEP (เป๊ป)


เป๊ป คืออะไร?

a) PEP ย่อมาจาก Post -Exposure Prophylaxis คือ ยาต้านไวรัส ที่จ่ายให้ทันทีที่คนไข้เพิ่งไปสัมผัสเชื้อเอชไอวีมา เหตุผลที่ต้องทานยานี้ให้เร็วที่สุด ก็เพื่อให้ยาเข้าไปต่อสู้กับเชื้อไวรัส และให้คนไข้สร้างระบบภูมิคุ้มกันที่จะสามารถป้องกัน เอชไอวี ก่อนที่เชื้อจะแพร่ในคนนั้นๆ ดังนั้น การทานยา เป๊ป จึงจำเป็นต้องทานให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ภายในเวลา 72 ชั่วโมง หลังจากสัมผัสเชื้อมา การทานยาหลังจากเวลาดังกล่าว หรือทิ้งไว้นานก็จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาไม่ได้ผล
การรับประทานยา เป็ป (PEP) จะต้องทานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งเดือน และทานยาต้านไวรัสประกอบกัน 2-3 ชนิด ซึ่งเป็นวิธีเดียวกันกับผู้มีเชื้อเอชไอวี ทว่า ยาต้านไวรัสส่วนมาก มักมีผลข้างเคียง บางรายอาจมีอาการท้องเสีย ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน และอิดโรย โดยผลข้างเคียงนี้อาจมีอาการรุนแรงในบางราย จนทำให้หนึ่งในห้าของผู้รับประทานยา หยุดยาไปก่อนที่จะทานครบกำหนด

b) PEP หรือ Post-Exposure Prophylaxis คือ สูตรยาต้านไวรัส สำหรับการลดโอกาสความเสี่ยงในการสร้างไวรัสเอชไอวีในร่างกาย หลังจากที่ร่างกายได้รับการสัมผัสเชื้อเอชไอวีมา จากหลายๆ ความเสี่ยง อาทิ การมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรืออุบัติเหตุจากการโดนเข็มฉีดยาตำ เป็นต้น

เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คนไข้จะได้รับการแนะนำให้รับประทานยาต้านไวรัส อย่างเร็วที่สุด ภายในเวลา 72 ชั่วโมง และห้ามมากกว่านั้น โดยการรับประทานยาจะต้องทานให้ครบสูตร คือเป็นเวลาทั้งสิ้น 1 เดือน
ขณะที่การวิจัยระบุว่าการทานยาเป๊ปนั้นมีประสิทธิภาพ ทว่า ก็มีบางรายที่ล้มเหลว การล้มเหลวนี้ เกิดจากการได้รับยาเป๊ปช้าเกินกว่าเวลาที่กำหนด หรือระดับของเชื้อไวรัสที่ได้รับมามีสูงมาก หรือทั้งสองกรณีรวมกัน อย่างไรก็ดี เรื่องของระยะเวลาและระดับของเชื้อไวรัส ก็ขึ้นอยู่กับการให้ข้อมูลของคนไข้เช่นเดียวกัน เป็ป สามารถเข้าไปช่วยลดความไวในการสร้างภูมิคุ้มกัน และทำให้การตรวจผลออกมาเป็นลบ คือไม่พบเชื้อเอชไอวีในร่างกาย โดยแพทย์จะให้คำแนะนำแก่คนไข้ที่ได้รับยา และให้มาทำการตรวจหาเชื้อเอชไอวีอีกครั้งเมื่อทานครบสูตรแล้ว และหลังจากนั้นอีก 3-6 เดือนก็มาตรวจอีกครั้ง

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า การรับประทานยา เป็ป จะมีผลข้างเคียง เช่น ท้องเสีย ปวดหัว อิดโรย คลื่นไส้ และอาเจียน ดังนั้น คนไข้จึงควรทำความเข้าใจ และทานยาให้ครบเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการรับสรุปที่แน่นอนว่าการทานเป๊ปจะให้ผลได้ 100% หากไวรัสเข้าสู่ร่างกายแล้ว ดังนั้น การป้องกันด้วยถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นก็ยังเป็นวิธีที่ได้ผลดี หากท่านต้องการคำปรึกษาเรื่องการทานยาเป๊ปหรือเพร็ป กรุณาติดต่อ คลีนิคนิรนาม



2. เพร็ป (PrEP)




เพร็ป คืออะไร?

เพร็ป (PrEP) ย่อมาจาก PreExposure Prophylaxis และเป็นส่วนสำคัญของการให้บริการการป้องกันเชื้อเอชไอวี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มผู้ที่ไม่มีเชื้อเอชไอวี แต่มีความเสี่ยงสูง เพร็ปคือสูตรยาต้านไวรัสที่ให้ทานเป็นประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติด เชื้อเอชไอวี ถ้าเขาไปรับเชื้อมา ทุกวันนี้ เพร็ป ให้ผลที่มีประสิทธิภาพมากในกลุ่มชายรักชาย และสาวประเภทสองที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย สูตรยานี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยว่ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพใน การลดการติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ ในกลุ่มชายหญิงทั่วไป และในกลุ่มผู้ใช้เข็มฉีดยาเสพติด

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 National Institures of Health (NIH) หรือสถาบันวิจัยสุขภาพ ได้ประกาศผลการวิจัยว่า ในการจ่ายยาต้านไวรัสนั้น สามารถป้องกันเอชไอวีด้วยได้หรือไม่ ผลปรากฎว่า ยาทานที่หลายคนรู้จักในนาม ทรูวาด้า (Truvada) ให้ผลโดยเฉลี่ยถึง 44% ในการเพิ่มการป้องกันเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายรักชาย และสาวประเภทสอง ที่ได้รับประทานยาต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งเดือน ควบคู่ไปกับตรวจเลือด และใช้ถุงยางอนามัย รวมถึง การมีเพศสัมพันธ์วิธีอื่นโดยป้องกัน

การศึกษายังอยู่ในระหว่างงานวิจัยว่ายาต้านจะสามารถใช้ได้ผลในกลุ่มชายหญิง และผู้ใช้ยาหรือไม่ โดยผลปรากฎว่า การรับประทานยาทรูวาด้า สำหรับผู้หญิง ที่ออกมาเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 นั้น ยังไม่ปรากฏผลงานวิจัยออกมา

กองควบคุมโรค หรือ CDC คือหน่วยงานหลักในการพัฒนานโยบายในการให้บริการการรับประทานยาเพร็ป ทว่า ขณะที่ยังรอการอนุมัติอยู่นั้น กองควบคุมโรค ได้พัฒนาวิธีการจ่ายยาเพร็ปสำหรับป้องกันเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มชายรักชายที่มีความเสี่ยงสูงแล้ว นอกจากนี้ กองควบคุมโรค สหรัฐอเมริกา ยังออกคำแนะนำให้กลุ่มชายรักชาย ดังนี้
  • ณ ปัจจุบันนี้ เพร็ป ให้ผลในการลดการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มชายรักชาย หรือไบเซ็กช่วล และสาวประเภทสอง ที่มีเพศสัมพันธ์กับชายเท่านั้น และยังไม่มีข้อมูลรองรับถึงประสิทธิภาพสำหรับชายหญิง และผู้ใช้ยาเสพติด
     
  • เพ็ป ควรใช้ในกลุ่มบุคคลที่ได้รับการรับรองว่าเป็นผู้ไม่มีเชื้อเอชไอวีเท่านั้น การตรวจเชื้อเอชไอวีในขั้นตอนแรกของการรับบริการ และการตรวจอย่างสม่ำเสมอ มีความสำคัญมากต่อผู้ที่ใช้เพร็ป และผู้ที่ทานยาเพร็ปทุกท่านจะต้องดูแลและประเมินสุขภาพ เพราะการทานยาอาจมีผลข้างเคียง
     
  • ผู้ที่รับประทานยา เพร็ป ไม่ควรมองว่าเพร็ปเป็นวิธีแรกที่จะป้องกันเอชไอวี แต่ให้มองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ เมื่อทานควบคู่ไปกับ การตรวจเชื้ออย่างสมำ่เสมอ และการป้องกันวิธีอื่นๆ ด้วย ดังนั้น กลุ่มชายรักชายจะยังคงต้อง:

    - ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง และทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
    - ตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรู้สถานะของตัวเอง
    - ตรวจและรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของท่านอย่างสม่ำเสมอ เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อ
    - รับข้อมูลและคำแนะนำของการรับประทานยาทุกครั้ง รวมถึง ลดความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันและการใช้ยาเสพติด
    - ลดจำนวนคู่นอนลง
     
  • การรับประทานยา เพร็ป เป็นประจำทุกวันสำคัญมาก เพราะงานวิจัยระบุว่า เพร็ป ให้ผลในการป้องกันในระดับที่สูง ในกลุ่มที่ทานเป็นประจำ การป้องกันจะไม่ได้ผลในกลุ่มที่ไม่ทายาอย่างต่อเนื่อง

    - การทานยาเพร็ปจะต้องทานควบคู่ไปกับ การได้รับคำปรึกษาเรื่องสุขภาพและตรวจเอชไอวี และมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
    - ผู้ใดที่คิดว่าตัวเองควรได้รับประทานยาเพร็ป ควรปรึกษาแพทย์