เรื่องเล่าความรัก ชาวอดัมส์เลิฟ


ตอนที่ 1: ขอบคุณที่ทิ้งกัน


ความรักของผมเริ่มต้นเมื่อตอนที่ผมอายุ 18 ปี ตอนนั้นผมกำลังศึกษาอยู่ชั้น ปวช. ในโรงเรียนพาณิชย์แห่งหนึ่งย่านรัชโยธิน ยอมรับว่าจำไม่ได้เหมือนกันว่าเสียใจมากี่ครั้ง และไม่รู้ว่ากี่ครั้งที่พยายามทำทุกวิถีทางให้ตัวเองเป็นที่น่าสนใจในสังคม(เกย์)อย่างเรา ทั้งลดความอ้วน รักษาสิว ทำหน้า ให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ แต่ที่จิงแล้ว “ความรัก” มันไม่ใช่แค่นั้น

หลังจากที่ผม รักๆ เลิกๆ กับใครหลายต่อหลายคน ทุ่มเทความรักให้กับหลายต่อหลายคน (ครั้งละคนนะคับ ผมไม่ชอบคบทีเดียวหลายคน...มันดูวุ่นวาย) จนเพื่อนๆ ชะนี(ผู้หญิง)ของผม ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “มึงอ่ะ ใช้ผู้ชายโคตรเปลืองเลย” แต่...ที่จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนเห็นหรอกคับ ที่ต้องเปลี่ยนแฟนบ่อย เพราะผมจับได้ว่าเค้า “นอกใจ” บทเรียนครั้งล่าสุดที่ผมจำได้กับแฟนเก่าชื่อ “โอม” เรารู้จักกันทาง hi5 เมื่อประมาณ เดือนเมษายน 2552 ตอนนั้นเค้าทำงานอยู่บริษัท ทรู วิชั่น ส่วนผมก้อช่วยดูแลงานของที่บ้าน ตอนแรกที่เจอกันก้อไมได้ตั้งใจว่าจะเป็นแฟนกันหรอกคับ แต่ด้วยความคันของทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้ผมเป็นฝ่ายไปหาเค้าที่คอนโด แล้วเราก้อมีอะไรกัน หลังจากนั้น 2 วัน ผมก้อต้องบวชเพื่อทดแทนพระคุณพ่อ-แม่ ตามที่ได้วางแผนไว้ และผมได้บอกกับโอมแบบทีเล่นทีจิงว่า “อย่าลืมไปงานบวชเรานะ ยังไม่มีคนถือหมอนให้เลย” ที่จิงผมไม่ได้พูดแบบนี้กับโอมแค่คนเดียวหรอกคับ ผมพูดกับทุกคนที่ผมชอบและคนที่คุยผ่านทาง hi5 (แหม...ก้อตอนนั้นมันโสดนี่คับ จีบหลายคนก้อไม่เห็นแปลก)

งานบวชของผมได้เริ่มต้นอย่างคึกคัก มีเพื่อนๆ ของผม เพื่อนๆ ของพ่อกับแม่ และญาติๆ ทยอยกันมารอส่งผมเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ในใจของผมก้อไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิดว่าโอมหรือใครๆ จะมาร่วมงาน แต่หลังจากที่ขบวนแห่ได้เสร็จสิ้น ผมได้นั่งอยู่ในโบสถ์เพื่อรอเวลาในการอุปสมบท แต่ก้อไม่รู้อะไรดลใจให้ผมหันไปมองทางประตูโบสถ์ที่อยู่ทางด้านหลังของผม ภาพที่ผมเห็นก้อคือ โอม ซึ่งกำลังคุยกับลุงของผมที่ยืนอยู่ตรงด้านหน้าของประตูโบสถ์ และโอมก้อได้หันมาสบตากับผมพอดี ตอนนั้นผมถึงกับต้องแอบยิ้มอยู่ในใจ มันเป็นช่วงที่หัวใจพองโตอย่างที่สุด แต่ก้อทำอะไรไม่ได้เพราะต้องสำรวมเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผมบวชอยู่ โอม ก้อได้หมั่นมาเยี่ยมที่วัดอยู่บ่อยๆ และได้รู้จักกับครอบครัวของผมมากขึ้น ในวันที่ผมลาสิกขาบทออกมาใช้ชีวิตอย่างปกติ ผมไม่ได้บอกโอมแม้แต่น้อย แต่ผมได้แอบไปเซอร์ไพรส์โอมที่คอนโด เค้าทั้งตกใจและดีใจมากที่ได้เห็นผม เราสองคนตกลงเป็นแฟนกันและคบกันมาเรื่อยๆ คบกันมาได้สักพัก โอม ก้ออยากเปลี่ยนงานและได้ย้ายไปทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแถวๆ บางวัว(เกือบถึงบางปะกง) ผมได้เป็นธุระในการช่วยหาที่อยู่และขนของไปอยู่หอพักใกล้ที่ทำงาน ผมต้องขับรถไปๆ มาๆ อยู่บ่อยๆ เพราะวันหยุด โอม ก้อจะมานอนค้างที่บ้านผม หรือบางครั้งก้อให้ผมขับรถไปส่งที่บ้านของน้าเค้าแถวๆ อ.สามพราน จ.นครปฐม

ตลอดเวลาที่เราคบกันผมไม่เคยคุยกันคนอื่นเลย ไม่ใช่แค่ตอนที่ผมคบกับโอมนะคับ แต่เวลาที่ผมมีแฟนแล้ว ผมจะไม่ค่อยคุยกับคนอื่นสักเท่าไหร่ เพราะไม่อยากให้เป็นประเด็น ในทางกลับกันผมเองก้อจับได้อยู่บ่อยๆ ว่า โอม นอกใจและโกหกผมอยู่บ่อยๆ และผมก้อให้อภัยเสมอ เพราะเริ่มรู้สึกว่าเบื่อที่จะต้องนับหนึ่งใหม่กับแฟนคนใหม่ แต่ความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัดนะคับ ครั้งสุดท้ายที่ผมเจอกับโอม คือวันที่ 15 ตุลาคม 2552 โอม ลาออกจากงานที่บางวัว และให้ผมช่วยขนของย้ายไปไว้ที่บ้านของน้าเค้าที่ อ. สามพราน วันนั้นผมรู้สึกเจ็บข้อเท้านิดหน่อย ก้อเลยให้โอมเป็นคนขับรถ ระหว่างทางก้อมีคนโทรเข้ามาหาเค้าอยู่บ่อยๆ เค้าก้อรับสายบ้าง-ไม่รับบ้าง เราแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง ผมก้อเลยลงรถไปดูความเรียบร้อยนิดหน่อย พอเติมน้ำมันเสร็จเราก้อเดินทางกันต่อ โอมขับรถมาจนใกล้จะถึงกับบ้านของน้าเค้า แล้วก้อขอแวะเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน ตอนแรกผมก้อไม่ได้เอะใจอะไร พอเวลาผ่านไปสักพักผมรู้สึกว่าทำไมเค้าเข้าไปนานจัง ผมเลยตามลงไปดูในห้องน้ำ สิ่งที่ผมได้ยินคือ เสียงดนตรีขณะเปิด-ปิดมือถือของเค้า ผมก้อเลยกลับมานั่งในรถแล้วก้อคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ระหว่างการเดินทางของเรา พอเค้ากลับขึ้นรถมาผมก้อถามเค้าว่า “มีอะไรจะบอกมั้ย?” เค้าตอบว่า “ไม่มี” จากนั้นก้อขับรถออกมาจากปั๊มน้ำมัน และเราก้อเริ่มมีปากเสียงกันตลอดทางจนถึงบ้านของน้าเค้า ผมตัดสินใจบอกเลิกโอม ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ที่ผมไม่อยากจะทนคบกับคนโกหกและนอกใจเราอยู่บ่อยๆ แถมเป็นการคบกันโดยที่มีเซ็กซ์กันน้อยมาก(3 ครั้ง ใน 6 เดือน) ที่สำคัญที่สุด คือ ครั้งนี้โอมไม่ง้อผมเหมือนกับครั้งก่อนๆ ที่ผมจับได้ว่าเค้าโกหกหรือนอกใจผมเหมือนกับที่ผ่านๆ มา...



ตอนที่ 2: หากันจนเจอ

หลังจากที่เลิกกับโอม ผมก้อพยายามหาคนที่ช่วยรักษาแผลใจ แต่ก้อหาไม่ได้ซักทีเพราะมีแต่คนที่แค่มาช่วยให้หายคันบ้าง แต่ไม่ได้มาช่วยรักษาแผลใจของผมเลย ผมคุยกับคนใน hi5 อยู่หลายคนเหมือนกัน แต่คนที่รู้สึกว่าใช่ มีอยู่ 2 คน คือ เป็กซ์ กับ โดนัท ผมจำไม่ได้เหมือนกันว่าผมเริ่มคุยกับทั้งคู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ โดยปกติแล้วผมชอบหว่านไปทั่วตามประสาคนโสด หลังจากที่คุยใน hi5 กับทั้ง 2 คน แล้ว ผมก้อขอแอด msn ของทั้ง 2 คนมาคุย แต่รู้สึกว่า โดนัท ไม่ค่อยได้ตอบผมสักเท่าไหร่ ทำให้ผมได้คุยกับ เป็กซ์ มากกว่า ผมเองก้อจำไม่ค่อยได้ว่าเราเริ่มบทสนทนากันยังไงบ้าง? แต่จำได้แม่นยำอยู่หนึ่งตอนคือตอนที่ผมขอเบอร์โทรเป็กซ์ประมาณว่า

แจ๊ค: อืมม...ขอเบอร์โทได้ป่าวอ่ะ?
เป็กซ์: ได้ๆ เบอร์ 08xxxxxxx
แจ๊ค: ขอบคุณค๊าบบ
เป็กซ์: อืมม...มะเปนไรค๊าบบ(แล้วคุยเรื่องอื่นต่อ)
แจ๊ค: ไม่เหนถามเบอร์โทเราบ้างเลยอ่ะ...bla bla bla…(แบบว่างอน)

นึกแล้วก้อขำดีคับ และหลังจากนั้นเราก้อคุยกันมาเรื่อยๆ จนในที่สุดเราก้อได้นัดเจอกัน ผมจำได้แม่นยำว่าวันนั้นเป็นวันที่ 2 พ.ย. 52 ตรงกับวันลอยกระทงพอดี วันนั้นผมทำทัวร์กับลูกค้าชาวสเปน จำไมได้ว่าไปไหนบ้าง? แต่ไปจบที่ดินเนอร์บนเรือริเวอร์ไซด์ ระหว่างที่รอลูกค้าผมก้อใช้เวลาที่มีอยู่โทรคุยกับเป็กซ์แล้วก้อลองชวนเป็กซ์ไปลอยกระทงด้วยกัน ผมบอกเป็กซ์ว่าผมทำงานอยู่ไม่รู้ว่าจะเสร็จกี่ทุ่ม ถ้าเสร็จงานแล้วจะไปลอยกระทงด้วยกันมั้ย? เป็กซ์ตอบตกลง(แต่จำกัดเวลาว่าไม่เกินกี่ทุ่มผมก้อจำไม่ได้เหมือนกัน) พอได้ยินแบบนั้นผมก้อเดินออกจากโรงแรมไปซื้อกระทงที่หน้าปากซอย จำได้ว่าซื้อกระทงใบใหญ่รูปหัวใจทำจากใบตองแล้วก้อมีกลีบดอกไม้โรยอยู่ในกระทงเต็มไปหมด ราคาประมาณ 300 บาท แล้วก้อกลับมารอลูกค้าต่อ เมื่อลูกค้าดินเนอร์เสร็จ ผมก้อรีบขับรถไปส่งลูกค้าที่โรงแรมแถวๆ สีลม-สาทร แล้วก้อรีบขับรถไปรับเป็กซ์ที่ดอนเมือง ตอนนั้นเป็กซ์ทำงานอีเว้นท์อยู่บริษัทแห่งหนึ่ง เจ้าของบริษัทเค้าเช่าบ้าน 2 หลังติดกัน ทำเป็นโฮมออฟฟิศและเปิดห้องให้พนักงานเช่า ซึ่งมีเป็กซ์และเพื่อนชะนีชื่อ อ้อ เช่าอยู่

ยอมรับว่าตอนนั้นผมตื่นเต้นมาก เพราะสภาพผมหลังจากทำทัวร์มาทั้งวันมันไม่ค่อยหน้าดูเท่าไหร่ อิๆ ระหว่างทางที่ผมขับรถไปหาเป็กซ์ที่ดอนเมือง ผมก้อโทรรายงานเป็นระยะและถามทางเป็กซ์ โชคดีที่ลอยกระทงปีนั้นรถไม่ติดเท่าไหร่ เมื่อผมขับรถไปถึงหน้าบ้านที่เป็กซ์เช่าอยู่ ผมก้อได้พบกับเด็กคนนึงหน้าตาน่ารักๆ ขาวๆ ปากแดงๆ ใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ขาเดฟ รองเท้าแตะ และสายห้อยมือถือพร้อมกับกระพรวนกรุ๊งกริ๊งยาวออกมานอกกระเป๋ากางเกง เป็กซ์นั่นเองคับ (เฮ้ย!! นี่มันสเปคผมเลยนะเนี่ย)

เป็กซ์เดินมาขึ้นรถเราทักทายกันและยิ้มให้กันแบบเขินๆ ผมบอกเป็กซ์ว่าเราเข้าไปลอยกระทงในฐานทัพอากาศดีกว่าเพราะว่าใกล้บ้านแล้วก้อเป็นที่ๆ ผมคุ้นเคยตั้งแต่เด็กๆ พอเราไปถึงในฐานทัพอากาศ สภาพตอนนั้นคือมีแต่ขยะเพราะมันดึกมากแล้ว ผมเลยขับรถพาเป็กซ์ไปลอยกระทงแถวๆ คลองรังสิต พอลอยกระทงเสร็จผมก้อขับรถพาเป็กซ์กลับไปส่งที่บ้าน ขณะที่เป็กซ์กำลังจะลงรถ ผมก้อต้องตกใจเมื่อเป็กซ์หาที่เปิดประตูเจอ(ลืมบอกไปน่ะคับว่าผมขับรถ VOLVO รุ่น 940 ค่อนข้างเก่าแล้ว และไม่ค่อยมีใครหาที่เปิดประตูเจอ ซึ่งทำให้ผมได้มีโอกาสแอบหอมแก้มคนที่ผมออกเดทด้วยในขณะเอื้อมไปเปิดประตูให้)

คราวนี้ผมเลยถามเป็กซ์ว่า... แจ๊ค จะลงแล้วหรอ? เป็กซ์ ก้อถึงบ้านแล้ว ก้อต้องลงสิ แจ๊ค งั้นขอกอดหน่อยจิ เป็กซ์ โน้มตัวมาให้กอด แจ๊ค ขอจุ๊บทีนึงนะ เป็กซ์ ไม่เอา ไม่เคยอ่ะ แจ๊ค น๊า น๊า(น้ำเสียงอ้อนสุดฤทธิ์) เป็กซ์ อืมม...ก้อได้ แจ๊ค โน้มตัวไปจูบเป็กซ์และฉวยโอกาสจูบแบบ deep kiss เป็กซ์ (ค่อยๆ ผละออก) พอแล้ว หลังจากคืนนั้นผมก้อได้มีโอกาสเจอเป็กซ์บ่อยขึ้นและได้รู้จักกันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันผมก้อยังคุยกับโดนัทอยู่บ้าง โดยที่โดนัทเป็นฝ่ายโทมาหาผมตามเบอร์ที่ผมเคยทิ้งไว้ให้ใน hi5 ตอนช่วงแรกๆ ที่ผมเพิ่งรู้จักกับเป็กซ์และโดนัท...


(ติดตามต่อตอนหน้าครับ)