หฤหรรษ์ แอร์รี่ นพวรรณ - ช่างภาพอิสระ และที่ปรึกษาด้านสื่อสังคมออนไลน์




เชื่อว่าแฟนอดัมส์เลิฟหลายคน คงคุ้นชื่อหฤหรรษ์ แอร์รี่ ช่างภาพอายุน้อยที่มาแรงที่สุดในขณะนี้กันมาบ้าง ผ่านทางบล็อกหรือเฟซบุ๊ค Photo by Haruehun Airry ที่มีแฟนๆ ชื่นชอบกดไลค์กันเกือบหมื่นแล้ว นอกจากนี้ ผลงานของเขายังลงในนิตยสาร attitude ทุกเล่มอีกด้วย แต่หากใครยังไม่รู้จักหรือไม่เคยเห็นผลงานของเขา งั้นเราขอแนะนำอย่างเป็นทางการเลยละกันว่า ภาพแฟชั่นเซ็ตและภาพในสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหมดของอดัมส์เลิฟ ที่ได้นายแบบขวัญใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่อย่าง ต๊อบ ชัยวัฒน์ ทองแสง มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของโครงการ นี่แหละคือผลงานของเขาทั้งหมด หฤหรรษ์ แอร์รี่ นพวรรณ

สิ่งแรกที่ทำให้เราสะดุดกับช่างภาพคนนี้ ไม่เพียงแค่ภาพถ่ายผู้ชาย หน้าตาดี ทว่า ก็ไม่เคยเห็นตามสื่อที่ไหนมาก่อน กอรปกับมุมมองการถ่ายภาพ ที่ทำให้นายแบบของเขาทุกคนออกมาคลีนและดูดี แม้จะมีอาภรณ์น้อยชิ้น เน้นโชว์ความงามของสรีระในแบบผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้เน้นจะโชว์จุดขายของผู้ชาย แต่กลับแสดงพลังและความเป็นตัวตนของคนๆ นั้นออกมาต่างหาก และนี่แหละคือเหตุผลหลักที่ทำให้ทีมงานอดัมส์เลิฟไม่รอช้า รีบติดต่อและเชิญให้แอร์รี่มาเป็นช่างภาพรับเชิญ โดยเราได้รับความช่วยเหลือการถ่ายทำและนำเสนอจากนิตยสาร attitude ด้วย แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ แอร์รี่ตอบรับทันที นั่นแสดงให้เห็นถึงทัศนคติอะไรบางอย่างของเขาที่ทำให้เราชื่นชม ดังนั้น เราจึงมานั่งคุยกับเขากันจริงจัง ในบ่ายวันที่เราถ่ายน้องต๊อบ ณ ตึกจีเอ็มเอ็ม เอาตอนที่เขาเซ็ตไฟอยู่นี่แหละ เพื่อให้แฟนๆ อดัมส์เลิฟ ได้รู้จักวิธีคิดของเขากันมากขึ้น ขอบอกว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาเลยล่ะ

จริงๆ แล้วแอร์รี่ทำงานอะไร เรียนจบอะไรมา
จริงๆ เป็นที่ปรึกษาด้านสื่อสังคมออนไลน์ ที่บริษัทตัวแทนประชาสัมพันธ์ที่มีเครือข่ายทั่วโลก แล้วในเมืองไทยนี่ เขาซื้อลิขสิทธิ์มาชื่อ บริษัท อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์  แล้วก็มีอาชีพถ่ายภาพควบคู่ไปด้วย
ส่วนตอนเรียน เราเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนเอกการจัดการสื่อสาร หรือ Communication Management

แล้วหน้าที่ของเราในฐานะเป็นที่ปรึกษาสื่อสังคมออนไลน์นี่คืออะไร
คือที่บริษัทก็จะมีแบรนด์ ที่มาเป็นลูกค้า ซึ่งหน้าที่ของเราคือให้คำปรึกษาว่า เราควรจะอัพโหลดสื่อออนไลน์ยังไง เพราะแต่ละสินค้าก็มีคีย์เมสเสจไม่เหมือนกัน มีกลุ่มเป้าหมายไม่เหมือนกัน และก็เป็นคนที่จะบอกเทรนด์ว่าสื่อไหนกำลังมาแรงที่เราควรเข้าไปเล่น

ที่เราเห็นบล็อกของแอร์รี่ รวมถึงเฟซบุ๊คที่มีแฟนมากมายนี่ เราเข้าถึงคนได้ยังไง
จริงๆ แล้ว เรามีแนวคิดนึง ที่ทำมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วว่า คนยังไงก็เป็นคน มีความต้องการอะไรเหมือนๆ เดิมแหละ เพียงแต่ว่าช่องทางที่เสพมันต่างๆ กันไปเท่านั้นเอง ดังนั้น การที่จะเข้าถึงคนก็คือ เนื้อหาหรือคอนเท้นท์ ที่เป็นกุญแจสำคัญ เราก็แค่สร้างคอนเท้นท์ที่รู้สึกว่าคนดูแล้วสนใจ ที่โดนใจคน เหมือนเอาของมาขายนั่นแหละ ของเราต้องดีอยู่ก่อนแล้ว

แล้วเราเป็น Tech Savvy ตามติดเทคโนโลยีด้วยหรือเปล่า การที่จะเป็นโซเชียลมีเดียสเปเชียลลิสต์นี่จำเป็นมั้ย

ไม่ เราไม่ใช่คน Tech Savvy จ๋า คือรู้ว่าอะไรคืออะไร แต่มันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น เราอยู่ด้วยสังคม ไม่ได้อยู่ด้วยเทคโนโลยี อย่างที่บอกคือคนก็เหมือนเดิมแหละ แต่ว่าการปฏิสัมพันธ์ของคนมันเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง

เรามองว่าสังคมไทยกับการยอมรับเรื่องชายรักชาย ในทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปไหมอย่างไร
เราเชื่อว่า สัดส่วนของคนที่เป็นแมนกับเกย์ มันเหมือนเดิมมาตลอด คนชอบพูดว่าเดี๋ยวนี้เกย์กระเทยเพิ่มขึ้น มันไม่ใช่ เพราะสัดส่วนก็ยังเหมือนเดิม แต่ว่าการยอมรับในแต่ละยุคสมัยมันต่างกัน และตอนนี้คนกล้าที่จะแสดงออกมากขึ้น

คราวนี้มาถึงเรื่องงานถ่ายภาพบ้าง เห็นบอกว่าแอร์รี่สนุกและสะดวกใจที่จะทำงานกับผู้ชายมากกว่า

เรารู้สึกว่าการทำงานกับผู้หญิงมันมีอุปสรรคมากกว่า หมายถึงว่าเวลาจะจับผมจับตัวมันก็รู้สึกไม่ถนัดไง คือทำงานกับผู้ชายง่ายกว่า ยังไงเราก็เป็นเพศชาย ก็เหมือนเพื่อนกันน่ะ

แล้วเราพัฒนาด้านงานถ่ายรูปนี้มาอย่างไร
เราเกิดในครอบครัวที่เป็นศิลปะ คุณพ่อสอนศิลปะ เราก็วาดรูปขีดเขียนไปตั้งแต่เด็กๆ เมื่อก่อนเราชอบวาดรูป ทีนี้โลกมันเปลี่ยนไปพอมันมีโฟโต้ช็อป จริงๆ เราเริ่มจากลองวาดรูปในโปรแกรมเพนท์ก่อน แล้วพอตอนเรียนที่นิเทศฯ จุฬา ก็ได้มาคลุกคลีกับคนกับมีเดียมากขึ้น ก็เริ่มถ่ายรูปจริงจัง ทั้งที่เรียนเรื่องการจัดการสื่อสาร ก็เรียกได้ว่าใช้สิ่งที่เรียนมานั่นแหละ เพียงแต่เราใช้งานภาพถ่ายของเราเป็นสิ่งที่สื่อออกไป

แรงบันดาลใจในการถ่ายรูปในแบบแอร์รี่คืออะไร
เรามองว่าสังคมสมัยนี้คือใช้การตลาดนำ คือคนต้องการเห็นอะไรที่ตอบสนองความต้องการของตัวเอง และมีตัวเลือกให้กับตัวเอง และเราก็เรียนด้านนี้มา เราก็จะรู้ว่าผู้ชมของเราต้องการดูอะไร และเราก็มีมุมมองของเราที่ไปผนวกกันแล้วลงตัว ก็เลยดูเหมือนว่าคอนเท้นท์ของเราที่สร้างออกมามันโดนใจคน

แล้วนายแบบของเราล่ะ หน้าตาดีแต่ไม่เคยเห็นตามสื่อมาก่อน เราไปเจอเขาได้ยังไง
แรกๆ ก็เป็นธรรมชาติของคนที่เราไม่ใช่ช่างภาพชื่อดัง ที่จะมีสิทธิ์ไปหยิบดาราเบอร์หนึ่งมาร่วมงานได้ ก็เหมือนกับว่าเอาเพื่อนมาเป็นแบบก่อน เราอาจจะโชคดีที่เรามีเพื่อนคือ ชาม โอสถานนท์ เราก็เอาเขามาถ่าย พอเราเริ่มมีผลงานปุ๊ป ก็ทีนี้ปากต่อปากและ คนก็เริ่มมาเรื่อยๆ

เรามีสไตล์ หน้าตาหนุ่มๆ ที่เราชอบถ่ายมั้ย แล้วจุดเด่นของเราคืออะไร
พูดยาก คือมันต้องเห็น แต่ละคนมีจุดเด่นเป็นของตัวเองที่ไม่เหมือนกันเลย คือเราก็ต้องพยายามหาออกมาแล้วเราก็ต้องดูด้วยว่าแต่ละคนนั้นมีศักยภาพที่จะไปได้มั้ย
ส่วนจุดเด่นก็คงเป็นเรื่องของมุมมองมั้ง คือภาพถ่ายนี่มันคือการวาดภาพด้วยแสง ก็อยู่ที่ว่าจิตรกรจะวาดแสงนั้นๆ ออกมาเป็นยังไง และสุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับการใช้เครื่องมือ ว่าคุณจะรังสรรค์นายแบบออกมาในรูปแบบไหน มันอยู่ที่ว่าคุณมองนายแบบหรือคนๆ นั้นอย่างไร

แล้วเราไปมีชื่อเสียงในอาเซียนได้อย่างไร อย่างเกาหลี เวียดนาม อะไรแบบนี้
ก็เป็นเรื่องของปากต่อปาก เราสร้างคอนเท้นท์ที่คนชอบจริงๆ มันไม่ใช่มายาเลยอ่ะ อันนี้คือสิ่งที่อเมซิ่งมากเลย เราไม่เคยถ่ายคนดังเลย เราถ่ายแต่คนที่มีแวว หรือกำลังจะดัง แต่ก็มีนะมิสเตอร์อินเตอร์แนชั่นนัล ที่ดังแล้ว แล้วมาถ่ายกับเราก็เพราะแบบนี้





แต่พองานออกสู่สายตาสาธารณะมันก็ต้องมีฟีดแบ็กมาทั้งชอบทั้งไม่ชอบ
ใช่ คืองานเรามันจะชัดมากพอสมควร ดังนั้น เราก็จะมีเสียงตอบรับที่สุดโต่งเหมือนกันนะ บางคนที่ชอบก็จะชอบ ตาม รักมาก ส่วนคนที่ไม่ชอบก็จะโจมตีก็มีบ้าง

เคยมีเสียงตอบรับแบบว่างานของเราหรืองานถ่ายภาพที่ดูหวือหวาจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีหรือเปล่า หรือกระตุ้นให้คนคิดเรื่องอย่างว่า

จริงๆ งานถ่ายรูปมันเป็นเรื่องของเรา ส่วนการดูหรือรับชมก็เป็นเรื่องของผู้ดู เดี๋ยวนี้ทุกคนเป็นเจ้าของสื่อของตัวเองได้ แค่น่ังอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เราก็สามารถจะสร้างสรรค์อะไรก็ได้แล้ว ส่วนผู้รับสารนั้น ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ทุกคนมีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์เลือกที่จะมอง และการดูงานภาพถ่าย มันก็ขึ้นอยู่ที่คนดูว่าดูแล้วคิดไปในแนวทางไหน นั่นมันเป็นเรื่องของเขา เขาสามารถเปลี่ยนเพจเปลี่ยนช่องไป แต่ถ้าคนดูแล้วชอบเราก็ขอบคุณ

ทัศนคติของการทำงานและใช้ชีวิตของเราคืออะไร
ก็คิดว่าทำอะไรที่มันไม่เดือดร้อนคนอื่น และก็ถ้าสามารถแบ่งปันพรสวรรค์ของตัวเองแล้วทำให้คนอื่นมีความสุขก็ทำ อย่างที่ทำทุกวันนี้น่ะ

แล้ววันที่ทีมงานขอความช่วยเหลือหรือเชิญให้มาร่วมงานแอร์รี่ก็แบบตอบรับเลย ทั้งที่ตอนนั้นอดัมส์เลิฟยังไม่ออกสู่สาธารณะเลย

ก็เพราะว่าถ้าเราทำอะไรให้คนอื่นได้ โดยใช้ความสามารถของเราให้เป็นประโยชน์เราก็ยินดี

ชีวิตรักล่ะ
It's complicated.

มีคำแนะนำให้ถึงเพื่อนๆ
ทุกคนมีทางเลือกในการดำรงชีวิต ก็อยากให้ใช้ชีวิตอย่างฉลาด จะบอกว่าช่วยกันรณรงค์โรคเอดส์ เพราะเป็นห่วงคนอื่นมันฟังดูน้ำเน่านะ จริงๆ แล้ว คุณควรจะดูแลตัวเอง คือรักตัวเองก่อน แล้วค่อยคิดถึงคนอื่นก็ได้

มุมมองของเราต่อประเด็นเพศที่สาม ความหลากหลายทางเพศ
เราว่าเพศที่สามอะไร ไม่มีหรอก มันก็แค่คนผู้ชายที่ชอบผู้ชาย ก็คือคนเหมือนกัน มันเป็นแค่เรื่องของความชอบความพึงพอใจส่วนบุคคล แทนที่ผู้ชายคนนี้จะชอบผู้หญิงอย่างที่มันควรจะเป็น แต่เขาดันชอบผู้ชาย แล้วไง? แต่เราก็เป็นคนเหมือนกัน ฉะนั้น ก็ต้องเคารพซึ่งกันและกัน


ขอขอบคุณ คุณหฤหรรษ์ แอร์รี่ นพวรรณ
http://www.facebook.com/haruehun.airry



Want to be a model?