ออรัลเซ็กซ์ เสี่ยงไหม อย่างไร ตอน 2


เพื่อนๆ เชื่อมั้ยคะว่า
วิดีโอ Ask Our Expert เรื่องออรัลเซ็กซ์ ที่เราออกไปครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม ได้รับผลตอบรับดีที่สุด ในจำนวนวิดีโอทั้งกว่า 60 เรื่องของอดัมส์เลิฟ และหลังจากหลายๆ คนได้ดูและอ่านเรื่องออรัลเซ็กซ์ทิปส์กันไปแล้วนั้น เรายังคงได้รับคำถามจากเพื่อนๆ อย่างต่อเนื่อง ประหนึ่งยังไม่ชัวร์ เช่น ตกลงใครเสี่ยงนะ แล้วยังมีรายละเอียดมากมายที่ส่งกันมาทางอีเมล์ info@adamslove.org

ดังนั้น ทีมงานจึงไม่นิ่งนอนใจ รีบกลับไปหาพี่เป้า และพี่เล็ก แห่งคลินิกสุขภาพชายอีกครั้ง เพื่อมาไขข้อข้องใจในตอน "ออรัลเซ็กซ์ เสี่ยงไหม อย่างไร ตอนที่ 2" ไปดูกันเลย



ขอขอบคุณ คุณวาสนา เสถียรธรรมวิทย์ และคุณชาญวิทย์ ปาคำ

สำหรับคำถามอื่นๆ ที่เพื่อนอยากรู้ ส่งมาได้ที่ info@adamslove.org นะจ๊ะ เราจะไปจัดหาคำตอบมาให้ค่ะ



อ้างอิงจากตอนที่ 1
ลองไปฟังพี่เป้า (
วาสนา เสถียรธรรมวิทย์) และพี่เล็ก (ชาญวิทย์ ปาคำ) จากคลินิกสุขภาพชาย ให้คำแนะนำเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ทางปากเบื้องต้น ก่อนลงลึกในประเด็นนี้กัน



เมื่อพูดถึงเรื่องบนเตียงและความเสี่ยงต่อเอชไอวี คำถามที่เจอเยอะที่สุดก็คือ ออรัลเซ็กซ์ หรือเพศสัมพันธ์ทางปากเนี่ย เสี่ยงไหม ตกลงผู้ทำหรือผู้ถูกทำ ใครเสี่ยงกว่ากัน เพราะเวลาที่เราไปเจอคนแปลกหน้าที่ถูกใจ หลายคนก็จะเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยตรง ด้วยการมีเพศสัมพันธ์ทางปากแทน วันนี้ เรามีคำตอบต่อข้อสงสัยเรื่องนี้กัน จากการนั่งคุยขอคำปรึกษาจากพี่เป้า

เวลาเราพูดเรื่องออรัลเซ็กซ์กับความเสี่ยง สิ่งที่ต้องควรรู้ก่อนเลยก็คือ ความเสี่ยงต่างๆ นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัย ดังนี้ 1) ความถี่ของการทำออรัลเซ็กซ์ 2) มีการหลั่งในปากหรือไม่ และ 3) ผู้ที่ทำนั้น มีบาดแผลในปากหรือเปล่า

เพราะการทำออรัลเซ็กซ์ จะเป็นตัวนำพามาทุกโรคเลย ตั้งแต่ หูด หนองใน ซิฟิลิส รวมไปถึง เอชไอวี หากผู้กระทำมีบาดแผลในช่องปาก และใช่ว่าผู้ถูกกระทำจะไม่เสี่ยง ใช่ล่ะที่ว่า ผู้ถูกกระทำจะเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีน้อยกว่า ทว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คุณสามารถติดได้เช่นกันนะ ถ้าอย่างนั้น เราลองลงในรายละเอียดกันดีกว่าว่าจะทำอย่างไรดี


1. หากทั้งคู่ ไม่รู้จักกันมาก่อน สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องใส่ถุงยางในการทำออรัลเซ็กซ์ ละเลย หรือเผลอไม่ได้เชียว

2. หากเป็นแฟนกัน ก่อนที่จะมีอะไรกันครั้งแรก ควรจะหาโอกาสคุยกันสักนิด ถึงประเด็นความเสี่ยง อันนี้รวมหมดทั้งเพศสัมพันธ์ทางตรงและทางอ้อม แล้วก็พากันไปตรวจก่อนมีอะไร จะดีที่สุด เพราะเมื่อเราทั้งคู่ตรวจและปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และไม่มีเชื้อเอชไอวีแล้วล่ะก็ ตกลงกันว่าจะซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่นอกใจ (อันนี้สำคัญนะ) เท่านี้ คุณและเขาสามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้อย่างปลอดภัย

3. ผู้ที่ถูกทำ (หรือเรียกแบบน่ารักๆ ว่า เจ้าของจู๋) มีสิทธิ์ที่จะได้รับการติดต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จากคอของเจ้าของปาก ถ้าเขามีโรคเหล่านั้นอยู่ในช่องปากและช่องคอ

4. ผู้ที่ทำ หรือเจ้าของปาก กรณีนี้ เสี่ยงเอชไอวี ถ้าเจ้าของปากมีแผลในปาก แล้วเจ้าของจู๋มีเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือเอชไอวี พี่เป้าฝากย้ำมาเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพราะสิ่งนี้จะเป็นการติดต่อกันไปมาได้ง่ายมากๆ และออรัลเซ็กซ์นี่ทำให้เกิดการติดโรคได้มากที่สุด  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหลั่งในปาก คือความเสี่ยงสูงของการติดเชื้อ

5. อย่าคิดว่าการแปรงฟันก่อนหรือหลังทำ จะทำให้เราปลอดภัย เพราะนั่นแหละ ยิ่งทำให้เราเสี่ยง เนื่องจากว่า บางที่เราแปรงฟัน เกิดถูเหงือกช้ำหรือเป็นแผลเข้า โดยที่เราไม่รู้ตัว หรือแม้แต่การอมน้ำยาบ้วนปาก ก็ไม่เวิร์คเช่นกัน เพราะน้ำยาเป็นกรด ก็ทำให้บาดแผลเล็กในช่องปากเราเกิดการกระทบกระเทือน ที่นี้ วิธีที่ดีที่สุด ก็ง่ายๆ แค่ บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดก็เพียงพอแล้วจ้ะ

6. ทีนี้ หลายคนบอก ใส่ถุงยางแล้วมันจะสนุกได้อย่างไร แถมมีรสมีกลิ่นแปลกของถุงยางอีก อันนี้ขอให้ทุกท่านเลือกปรับทัศนคติ อารมณ์ ตามความชอบส่วนบุคคล การที่บริษัทต่างๆ ออกถุงยางรสส้ม รสสตรอเบอรี่ มาก็เพื่อเอาใจด้านนี้โดยเฉพาะเลย ดังนั้น ก็ลองๆ เลือกที่เหมาะสมกับเราดูนะ

7. น้องๆ ที่ดัดฟันทั้งหลาย หรือน้องๆ ที่เจาะลิ้น เจาะปาก ขอให้ระวังนิดนึงเวลามีเพศสัมพันธ์ทางปาก เพราะว่า อาจมีกรณีของลวดที่ไปเกี่ยวถุงยางขาดได้

8. หนุ่มที่ติดลิปมัน อย่าทาลิปมันเวลาทำออรัลนะจ๊ะ เพราะว่าลิปมันมีส่วนผสมของน้ำมัน แล้วพอสัมผัสมากๆ กับถุงยาง อันนี้จะทำให้ถุงยางแตกได้

9. ข้อสุดท้าย ขอฝากเทคนิคการใส่ถุงยางด้วยปาก วิธีนี้ทำให้คู่ของเราพึงพอใจได้ ก็ด้วยการใช้มุมปากเม้มปลายถุงยางไว้ แล้วใช้ปากเรารูด สิ่งสำคัญคือต้องเม้มปลายถุงยาง ไม่งั้นอาจแตกได้

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมนำไปปรับใช้กันจริงๆ จังๆ นะจ๊ะ จะได้สนุกกันอย่างปลอดภัย