แอลกอฮอล์


อันตรายของแอลกอฮอล์


แอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ติดได้ง่ายที่สุด และนำไปสู่การพัฒนาของโรคต่างๆ ได้เร็วที่สุดเช่นกัน อาทิ อาการตื่นกลัว มือสั่น ลมชัก และการเห็นภาพหลอน แอลกอฮอล์จะลดความสามารถในการตัดสินใจ และขาดสติ ผลข้างเคียงคือ มึนงง อาเจียน ลิ้นรัว พูดไม่รู้เรื่อง และง่วงซึม การดื่มเกินขนาดจะทำให้เป็นลม ขาดสติ หรือเสียชีวิตได้ ส่วนผลในระยะยาว คือ ทำลายตับ สมอง และอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย รวมไปถึง มีปัญหาสุขภาพจิตเช่นกัน การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปนั้น อาจทำให้เสียชีวิตด้วยอาการแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน สำหรับสตรีมีครรภ์ แอลกอฮอล์จะมีผลต่อเด็กในครรภ์โดยตรง นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการทานยา หรือสารเสพติดนั้น เป็นสิ่งอันตรายมากๆ และสุดท้ายการดื่มแล้วขับ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์นั้น ย่อมมีสิทธิ์ที่จะติดเชื้อเอชไอวีมากกว่าคนทั่วไป เพราะจะนำไปสู่ความเสี่ยงของการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และการใช้เข็มฉีดยา ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้คือ ปัจจัยหลักในการติดเชื้อเอชไอวี

ในปัจจุบัน มีรายงานว่า กลุ่มชายรักชายนั้น มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง พอๆ กับการติดเชื้อในชายและหญิงโดยทั่วไป ทว่า หากท่านมีเชื้อเอชไอวีอยู่ในร่างกาย แล้วดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะมีผลต่อประสิทธิภาพของยาต้านไวรัส การดื่มเหล้าอาจส่งผลต่อวินัยในการทานยา และสุขภาพจิตใจด้วย การลดแอลกอฮอล์ ในผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี หรือ ผู้ที่มีความเสี่ยง จะทำให้ลดการแพร่เชื้อเอชไอวีได้





แอลกอฮอล์ กับการแพร่เชื้อเอชไอวี

ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์จะมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อเอชไอวี เนื่องจากว่า แอลกอฮอล์ทำให้เราขาดสติ และความยั่งคิด นำพาให้เราเสี่ยงต่อการใช้เข็มฉีดยา ในการใช้สารเสพติด หรือส่วนมากคือ ทำให้เราขาดสติ คึกคะนองและมีเซ็กซ์ที่ไม่ป้องกัน หรือเปลี่ยนคู่นอนหลายคน และมีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อโดยไม่ได้ป้องกัน


หากท่านมีประวัติการดื่มแอลกอฮอล์สูง ดังนั้น ท่านก็อาจมีความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน รวมถึง การมีคู่นอนหลายคน หรือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีความเสี่ยง เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เราขาดสติและทำให้เราทำอะไรๆ โดยขาดการไตร่ตรอง อย่างไรก็ดี การดื่มแอลกอฮล์ไม่ได้มีผลโดยตรงต่อการติดเชื้อเอชไอวี เพียงแต่การดื่มแอลกอฮล์จะทำให้เราไม่สามารถควบคุมสติได้ และนำไปสู่การเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันได้ง่ายขึ้น จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่เชื่อว่าการดื่มแอลกอฮอล์แล้วจะทำให้มีเพศสัมพันธ์ได้อย่างเร้าใจกว่านั้น คือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาก

ความสำคัญของการลดการดื่มแอลกอฮอล์ และการป้องกันเอชไอวี

จากการศึกษาพบว่า การลดการดื่มแอลกอฮอล์ ในกลุ่มผู้มีเชื้อเอชไอวี ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผลของยาต้านไวรัสมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ยังลดการแพร่เชื้อเอชไอวีอีกด้วย ดังนั้น การลดการดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มวัยรุ่น จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก นักวิจัยพบว่า
  • อายุเฉลี่ยของการดื่มแอลกอฮอล์่อย่างหนักและถี่ คือช่วงอายุ 18 - 24 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีความเสี่ยงของการเริ่มใช้ยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
  • การใช้เข็มฉีดยา มักจะมีพฤติกรรมของการดื่มร่วมอยู่ด้วย และในกลุ่มที่ใช้ยาเสพติด (ที่ไม่ใช้เข็มก็เช่นกัน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น
  • อัตราความเสี่ยงของการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันมีสูง ในกลุ่มวัยรุ่น ที่ดื่มแอลกอฮอล์
ดังนั้น การให้การศึกษาด้านการป้องกันเอชไอวี ในกลุ่มวัยรุ่น คือ เราก็ควรจะมุ่งประเด็นเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยาเสพติด และความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน เข้าไปด้วย
เซ็กซ์ แอลกอฮอล์ และยาเสพติด

การดื่มและยาเสพติด คือส่วนหนึ่งที่หลายคนคิดว่าจำเป็นในการออกสังคม (หรือโซเชียลไลซ์) เรามักคิดว่าเวลาไปปาร์ตี้ หรือไปเที่ยวกับเพื่อนตามผับตามบาร์ แล้วต้องดื่มเหล้าเข้าไปย้อมใจ ซึ่งทำไมต้องดื่มล่ะ? ก็เพราะว่า เราเชื่อว่าการดื่มเหล้า หรือการใช้ยา มันจะช่วยให้เรารีแล็กซ์ และรู้สึกมั่นใจ กล้าพูด กล้าเปรี้ยว และเมื่อเรารู้สึกเช่นนี้ในการออกสังคมแล้วล่ะก็ มันก็ง่ายที่เรามักจะเจอคนถูกใจและอยากจะไปต่อด้วย หรือแม้แต่รู้สึกอยากจะไปมีเพศสัมพันธ์กับเขา ทีนี้ ปัญหาคือ คนที่คุณกำลังจะเข้าไปพัวพันเนี่ย คือคนที่คุณอาจไม่มีวันเข้าไปใกล้หรอกเมื่อคุณไม่เมา และที่แย่กว่านั้นคือ คุณอาจจะเมามากเสียจนลืม หรือไม่ใส่ใจ ที่จะใช้ถุงยางอนามัย (และเมื่อไม่ใช้ถุงยาง ก็อาจนำคุณไปสู่การติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่วนในผู้หญิงก็การตั้งครรภ์ด้วย)

แอลกอฮอล์ และยาเสพติดอื่นๆ มักมีความเกี่ยวข้องกับการมีพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงสูง คือเสี่ยงที่จะไม่ใช้ถุงยาง และยังบั่นทอนสุขภาพวัยรุ่นทั้งหลายด้วย เพราะแอลกอฮอล์และยาเสพติดจะเข้าไปทำลายระบบสติสัมปชัญญะของเรา และไม่ไตร่ตรองในการจะมีเซ็กซ์กับใครสักคน แบบไม่ป้องกัน แล้วนำไปสู่การรับเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มา หรือแม้แต่เอชไอวี ก่อนหน้านี้ เรารู้จักว่า เชื้อไวรัสเอชไอวีมักติดต่อกันทางเข็มฉีดยา แต่หลายคนไม่ค่อยรู้หรอกว่า บทบาทที่อันตรายของแอลกอฮอล์และยาเสพติดอื่นๆ ก็นำไปสู่การมีเซ็กซ์แบบไม่ป้องกันเช่นกัน ดังการสำรวจพบว่า
  • การใช้แอลกอฮอล์และยาเสพติดอื่นๆ สามารถส่งผลถึงการไตร่ตรอง และทำให้ขาดสติ นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยงสูง มีเคสผู้ติดเชื้อเอชไอวีถึง 18,540 คน ระหว่างอายุ 13 - 24 ปี ในปี 1994 โดยกองควบคุมโรค
  • ประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ ของเด็กในโรงเรียนมัธยมปลาย ที่มีเพศสัมพันธ์หนึ่งครั้ง และประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่มีคู่มากกว่าหนึ่ง
  • การศึกษาพบว่า เด็กวัยรุ่นจะใช้ถุงยางอนามัยน้อยมากเมื่อเมาและหลังจากการดื่มแอลกอฮอล์
  • การสำรวจในกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายพบว่า 18 เปอร์เซ็นต์ ของนักเรียนหญิง และ 39 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนชาย ยอมให้เพื่อนชายมีเพศสัมพันธ์ด้วยเมื่อเขาเมา
อย่างไรก็ดี เรายังคงต้องทำการติดตามผลต่อไป เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแอลกอฮอล์และยาเสพติดกับพฤติกรรมความเสี่ยงทางเพศ ตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ในอายุที่น้อยลงทุกปี และจำต้องพบกับการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร หรือการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้น เพื่อลดปัญหา ในอนาคต การป้องกันการดื่มแอกอฮอล์และยาเสพติดจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ