การติดเชื้อและป้องกัน

- วิธีการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีที่ได้ผล อย่างเต็มรูปแบบ

- หากทั้งคู่มีเชื้อเอชไอวี แล้วยังต้องป้องกันไหม

- หลักการ 4 ข้อของการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ ์
- เซ็กซ์ที่ปลอดภัย

- ถุงยางกับเจลหล่อลื่น
- ความเสี่ยงต่อการติดโรคติด ต่อทางเพศสัมพันธ์ และการใช้ถุงยาง
- ยาเสพติดกับเอชไอวี
- ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์
- คำถามที่พบบ่อย
- เชื่อหรือไม่ ผู้หญิงที่ไม่ได้มีเชื้อเอชไอวี ก็สามารถมีลูกกับผู้มีเชื้อ โดยลูกที่ถือกำเนิดก็ไม่ได้รับเชื้อเช่นกัน




คำถามที่มักเจอบ่อยๆจากกระดานสนทนา อีเมลล์ และ เฟสบุ๊คของ Adam’s love ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานี้ มักจะถามในเรื่องของการสัมผัสเชื้อหรือสงสัยว่าจะสัมผัสกับเชื้อเอชไอวี เช่นน้ำอสุจิเปื้อนมือ สงสัยว่าถุงยางแตก หรือไปฟันดาบมาจะติดไหม จึงอยากชวนคุยถึงแนวทางการป้องกันตนเอง ซึ่งเราอาจจะไม่แน่ใจว่าสารคัดหลั่ง เช่นเลือด หรืออสุจิ ที่เราสัมผัสนั้นมีเชื้อเอชไอวีอยู่หรือไม่ ดังนี้ค่ะ 

-ถ้าโดนเข็มหรือของมีคมที่ต้องสงสัยบาด ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและหรือน้ำสบู่ แม้ว่ายังไม่มีข้อมูลว่าการใช้น้ำยาทำลายเชื้อชนิดใดดีที่สุด ในกรณีนี้น้ำยาทำลายเชื้อที่แนะนำ เช่น 70% แอลกอฮอล์หรือเบตาดีน ไม่ควรใช้น้ำยาที่กัดหรือทำลายผิวหนังและเยื่อบุ และไม่ควรบีบเค้นแผลอย่างรุนแรง (กรมควบคุมโรค, 2550) 

-ถ้าเลือดหรือสารคัดหลั่งกระเด็นเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดมากๆ อย่าขยี้ตาด้วยความรุนแรง 

-ถ้าเลือดหรือสารคัดหลั่งกระเด็นเข้าปาก ให้บ้วนปากและหรือกลั้วปากและคอด้วยน้ำสะอาดมากๆ 

-ถุงยางรั่วหรือฉีกขาด (www.PrevAIDS.org) 

• ในกรณีที่ถุงยางมีรูรั่วเล็กน้อย หากส่วนปลายสุดขององคชาติ สัมผัสกับ น้ำจากทวารหนักเป็นระยะเวลาไม่นานนัก ถือว่าไม่เป็นอันตรายมาก เพียงเปลี่ยนถุงยางใหม่ และสามารถมีเพศสัมพันธ์ต่อได้ 
• ในกรณีที่ถุงยางมีรูรั่วขนาดใหญ่ ผู้ที่สอดใส่จะรู้สึกได้ทันที หากหยุดการมีเพศสัมพันธ์ และเปลี่ยนถุงยางใหม่ ก็ถือว่าปลอดภัย 
• หากเป็นการสัมผัสกันระหว่างผิวหนังรอบท่อปัสสาวะ (ที่ไม่ใช่ส่วนสีแดงปลายสุดขององคชาติ) หรือบริเวณโคนองคชาติกับช่องคลอด หรือทวารหนัก เช่นนี้ถือว่าไม่เป็น อันตรายแต่อย่างใด 
• หลังจากที่ฝ่ายรุกถึงจุดสุดยอดแล้ว หากพบว่าน้ำอสุจิไม่ได้ค้างอยู่ในถุงยางอนามัย ฝ่ายที่ถูกสอดใส่ถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย 

วิธีปฏิบัติหลังเกิดพฤติกรรมเสี่ยง 

หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ เช่น สารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศเข้าสู่ร่างกายเช่น ถุงยางแตกโดยไม่รู้ตัว หรือสอดใส่อวัยวะเพศเข้าทวารหนักโดยไม่ป้องกัน คือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัยนั่นเอง ควรรีบมาโรงพยาบาลที่เราสะดวก หรือมาที่คลีนิคนิรนาม (กรณีเกิดนอกเวลาให้มาที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล) โดยเร็วที่สุด หรือ ภายใน1-3 ชั่วโมง อย่ารอจนเกิน 72 ชั่วโมง เพื่อให้แพทย์พิจารณาและให้คำแนะนำว่าเราควรทำอย่างไรต่อไปค่ะ 

ด้วยความปารถณาดีจาก พี่นก Adam’s love 
(ศิริพร โนนน้อย, B.N.H.,M.P.H.)
 


Ask Our Experts





Ask more Experts